ประวัติวัด

ประวัติวัดควนอุโบสถ
หมู่ที่     ตำบลปริก   อำเภอทุ่งใหญ่ 
จังหวัดนครศรีธรรมราช
*********
วัดควนอุโบสถ   ตั้งอยู่หมู่ที่    ตำบลปริก  อำเภอทุ่งใหญ่  จังหวัดนครศรีธรรมราช    ได้รับอนุญาตจากทางราชการตั้งวัดเมื่อ  พ.ศ.  ๒๒๕๐   วัดควนอุโบสถ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๓ ตำบลปริก อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช  มีเนื้อที่ทั้งหมดตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) จำนวน ๔๓ไร่ ๒ งาน ๗๗ ตารางวา ทิศเหนือ  จด  สวนยางพารานางสาคร ชูปาน  ทิศใต้  จด  สวนยางพาราของนางสาคร ชูปาน และนายบวน ทองรักษ์  ทิศตะวันออก  จด  ถนนสาธารณะ   ทิศตะวันตก  จด  โรงเรียนวัดควน   วัดควนอุโบสถ และสวนยางนายเพิ่ม  อักษรพันธ์  วัดควนอุโบสถมีพระภิกษุผู้ปฏิบัติธรรมหลายรูป ได้มาอาศัยสถานที่แห่งนี้ปฏิบัติธรรมมาตลอด จนไม่สามารถบอกได้ว่ามีเจ้าอาวาสมาแล้วกี่รูป นามฉายาว่าอะไรบ้าง  
                 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๘ พระครูอินทวัณโณภาส (กลิ่น คชสิทธิ์) ได้ร่วมกับพุทธบริษัทได้เข้ามาพัฒนาบูรณะวัดแห่งนี้ใหม่ และได้ตั้งชื่อว่า วัดควนอุโบสถ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๐ เดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ พระครูอินทวัณโณภาส ได้ดำเนินงานสาธารณูปการไว้หลายอย่าง เช่น ศาลาการเปรียญ หอฉัน กุฎิ ห้องน้ำห้องส้วม เมรุเผาศพ และได้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ แต่ยังไม่แล้วเสร็จท่านก็มามรณภาพเสียก่อน        เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๔๒ ด้วยโรคชราภาพ   ต่อมาพระครูโสภณธรรมประดิษฐ์ (วีระพัฒน์ จันทร์ศรีนาค) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ก็ได้ดำเนินการสร้างอุโบสถต่อจนแล้วเสร็จ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑   
ตำนานตามความบอกเล่าของชาวบ้าน  เนินดินสูงที่ตั้งอุโบสถในปัจจุบัน กล่าวกันว่าเป็นวังหลวงที่ประทับ ของพระสุธนและนางมโนราห์ โดยสี่มุมเมืองวังหลวงมีทรัพย์สมบัติ แก้วแหวนเงินทองและของมีค่าอื่นๆ เป็นจำนวนมาก   บึงน้ำใหญ่ ซึ่งอยู่ใกล้วัดทางทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ) (ปัจจุบันเป็นหนองน้ำ ชาวบ้านเรียกว่า หนองเต่าดำ)ซึ่งเป็นที่อาศัยของพญานาค  ที่พรานบุญไปขอบ่วงบาศของพญานาคเพื่อเอาไปจับนางกินรี(นางมโนราห์)   อาศรมฤาษี  ตั้งอยู่ทางทิศหรดี(ตะวันตกเฉียงใต้)  ซึ่งเป็นสถานที่เคยอยู่ของฤาษีผู้ประพฤติพรตบำเพ็ญธรรม (ปัจจุบัน เรียกว่า วัดสระนางมโนราห์) ซึ่งอยู่ใกล้กับสระน้ำใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหล่านางกินรีบินมาจากภูเขาไกรลาส (ปัจจุบันเรียกภูเขานางนร หมายถึงนางกินรี) มาเล่นน้ำในสระอยู่เป็นประจำ  (ปัจจุบันชาวบ้านเรียกสระน้ำนี้ว่า สระนางมโนราห์)  ถัดจากสระน้ำใหญ่มาทางทิศเหนือ ชาวบ้านเรียกว่า ช่องสะไบหลุ่ย  (ซึ่งเป็นผ้าสะไบที่นางมโนราห์หลุดหลุ่ยออกจากกายตอนที่พรานบุญจับมัดแล้วลากดึงมา)  ถัดจากช่องสะไบหลุ่ย   เป็นบ้านทุ่งโถกนุ้ย  (โถกนุ้ย  หมายถึง พรานบุญอดใจไม่ไหวที่เห็นนางมโนราห์มีความงดงาม  จึงเอามือไปจับเนื้อต้องตัวของนางนิดหน่อย   เรียกว่า  โถกนุ้ย )  ถัดจากบ้านทุ่งถูกนุ้ย มาถึงบ้านทุ่งโถกใหญ่  หมายถึงพรานบุญอดใจไม่ได้แล้ว  จึงจับเนื้อต้องตัวนางมโนราห์ตรงโน้นบ้างตรงนี้บ้างมากกว่าเก่า จึงเรียกว่าทุ่งโถกใหญ่  ถัดจากทุ่งโถก ใหญ่มาถึงบ้านทุ่งสง (ปัจจุบันเป็นวัดร้างอยู่ในความดูแลของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช)   ซึ่งอยู่ทางทิศบูรพา(ตะวันออก) ของวัดควนอุโบสถ  ซึ่งเป็นสถานที่พรานบุญพานางมโนราห์มาถวายต่อพระสุธนหรือพระศรีสุธน  พอเห็นนางมโนราห์ก็เกิดความพึงพอใจในความงามจึงได้พานางมโนราห์มาเสพสุขในวังที่ประทับ(หมายถึงวัดควนอุโบสถ)
ตำนานนี้เกิดจากการบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนเล่าต่อๆกันมา  และได้มีพระภิกษุชาวล้านนารูปหนึ่ง  ท่านได้เขียนประวัติเอาไว้  ผิดพลาดประการใดขอให้ท่านผู้รู้ทั้งหลายช่วยพิจารณาต่อไป
                ในแต่ละพรรษาวัดควนอุโบสถมีพระภิกษุสามเณรมาโดยตลอดมิได้ขาด  ๒๐ รูปขึ้นไปทุกปี   โดยพระครูโสภณธรรมประดิษฐ์  (หลวงทุ้ย) เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๒ จนถึงปัจจุบัน  ทางวัดได้มีการส่งเสริมพระภิกษุสามเณรที่ขาดโอกาสทางการศึกษาให้ได้ศึกษาเล่าเรียนภาคปริยัติ  ภาคปฏิบัติ และการศึกษาทางโลกระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษา 
                 ปัจจุบัน  ทางวัดยังขาด กุฏิเจ้าอาวาส  กุฎิพระสงฆ์ที่ถาวร   และศาลาที่พักผู้ปฏิบัติธรรมทั่วไป ซึ่งทางวัดจะดำเนินการสร้างต่อไป  
**************************